เติมเต็มไลฟ์สไตล์และเทรนด์ใหม่ๆ ก่อนใคร


รู้จักชื่อเรียก “กางเกงขาม้า” 3 ทรง พร้อมทริคการเลือก “เนื้อผ้า” ให้เหมาะกับแต่ละทรง

กางเกงขาม้า

“กางเกงขาม้า” ถือเป็นอีกหนึ่งแฟชั่นไอเทมสุดคลาสสิกที่ไม่มีวันตาย แต่หลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้ ว่าทรงกางเกงที่เรามักเรียกรวม ๆ ว่า “กางเกงขาม้า” นั้นมีชื่อเรียกที่ถูกต้องแบบไหนกันบ้าง? วันนี้ไชน่าเวิลด์ได้รวบรวมมาให้แล้ว พร้อมแนะนำทริคการเลือกผ้าให้เหมาะกับแต่ละทรงด้วย ถ้าพร้อมแล้วตามไปดูกันเลย

 

กางเกงขาม้า

1. Boot Cut (กางเกงทรงบู๊ตคัต)

กางเกงทรงบู๊ตคัตช่วงบนจะมีความพอดีกับต้นขา และช่วงปลายขากางเกงจะมีความกว้างออกเล็กน้อยเพื่อให้สามารถใส่รองเท้าบู๊ตไว้ด้านในได้ แนะนำเลือกใช้ผ้ายีนส์มาตัดเป็นกางเกงทรงเอวสูงปานกลาง และเลือกใช้เนื้อยีนส์ที่นิ่มและยืดหยุ่นเป็นพิเศษหน่อย เพื่อให้สวมใส่สบาย

กางเกงขาม้า

2. Flare (กางเกงทรงขาม้า)

เป็นทรงกางเกงที่ดีไซน์มาให้ช่วงต้นขามีความรัดรูปมากขึ้นเพื่อเน้นถึงส่วนเว้าส่วนโค้งตามสรีระของสาว ๆ และตั้งแต่ช่วงเข่าลงไปขากางเกงจะเริ่มกว้างขึ้น ซึ่งจะมีความกว้างมากกว่ากางเกงทรงบู๊ตคัต กางเกงทรงนี้แนะนำให้เลือกใช้ผ้าซาติน เนื้อนิ่ม สวมใส่สบาย ตัดเป็นกางเกงทรงเอวสูง จะยิ่งช่วยพรางหุ่นให้ดูสูงเพรียวมากกว่าเดิม หรือ จะเลือกใช้ผ้าผ้าเรยอนผสมไนลอน หรือ ผ้าสแปนเด็กซ์ ที่มีความยืดหยุ่นดี ยิ่งมีลวดลายเส้นที่ช่วยพรางตา ก็จะยิ่งทำให้ดูสูงขึ้นอีกด้วย

กางเกงขาม้า

3. Bell Bottom (กางเกงทรงขากระดิ่ง)

สำหรับใครที่รู้สึกว่ากางเกงทรงขาม้ายังไม่กว้างพอ ก็ต้องเลือกกางเกงทรงขากระดิ่งซึ่งเป็นทรงกางเกงที่มีความกว้างถึงขีดสุด! โดยช่วงต้นขาจะมีความรัดรูปและเริ่มกว้างตั้งแต่ช่วงเข่าเหมือนกับกางเกงทรงขาม้า แต่ช่วงปลายขากางเกงจะกว้างมากเป็นทรงคล้ายกระดิ่ง ซึ่งสามารถเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน กางเกงทรงนี้สามารถเลือกใช้เนื้อผ้าได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผ้ายีนส์ ผ้าโพลิเอสเตอร์ ผ้าที่มีเนื้อแมตช์หรือเนื้อเงา ที่สามารถยืดหยุ่นได้ดีและไม่เข้ารูปมากเกินไป แต่งกระดุม ตะขอ หรือซิปไว้ด้านหน้าเพื่อให้สวมใส่ได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

สำหรับใครที่กำลังคิดอยากจะทำแบรนด์ร้านเสื้อผ้า ไชน่าเวิลด์ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้น เพราะเป็นแหล่งขายผ้าที่ใหญ่และครบที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้! ใครมีโอกาสลองแวะมาเดินเลือกซื้อผ้าที่ไชน่าเวิลด์กันดูนะคะ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 9.30-18.00 น.